ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ประจำวันที่ 20 พ.ย. 62

สัญญาน้ำมันดิบร่วง ลงหลังจากผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ ซึ่งรวมถึงนักวิเคราะห์ในโพลล์ของเอสแอนด์พี โกลบอล แพลทส์ ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ย. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และคาดว่าสต็อกน้ำมันเบนซินจะเพิ่มขึ้นราว 750,000 บาร์เรล ทั้งนี้สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA)

กำหนดเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ในคืนนี้ เวลา 22.30 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า รัสเซียไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีก ในการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตรในวันที่ 5-6 ธ.ค. แต่จะสนับสนุนให้โอเปกและพันธมิตรขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตในอัตราเดิมต่อไป นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกและประเทศพันธมิตรในวันดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หลังจากที่โอเปกได้บรรลุข้อตกลงกับรัสเซียและผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกอีก 9 ประเทศในการประชุมเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมี.ค.2563 จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.ปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูความเคลื่อนไหวในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ซึ่งซาอุดีอาระเบียจะประกาศโครงสร้างราคาในการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) สำหรับหุ้นบริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานใหญ่ที่สุดในโลก โดยคาดว่าจะเป็นการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของโลก สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงเมื่อคืนนี้ อย่างไรก็ดี สัญญาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกของตลาดในระหว่างวัน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่ 1,474.30 dollars ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 11.8 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 17.118 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 17.30 ดอลลาร์ หรือ 1.93% ปิดที่ 912.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 33 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 1,737.40 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงกว่า 100 จุดเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่างโฮม ดีโปท์ และโคห์ลส์ คอร์ป รวมทั้งความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า